วัดสันปูเลยสะหลีเวียงแก้ว

วัดสันปูเลยสะหลีเวียงแก้ว เดิมชื่อ “วัดสะหลีเวียงแก้ว” สันนิษฐานว่าเริ่มสร้างขึ้น เมื่อประมาณ ปี พุทธศักราช ๑๔๘๑ โดยมีหลักฐานปรากฏในบันทึกธรรมใบลานจารโดยอักขระล้านนา เป็นวัดที่มีมาแต่โบราณอาจจะสร้างร่วมสมัยเดียวกับอาณาจักรหริภุญชัย เพราะคราวที่วัดสันปูเลยสะหลีเวียงแก้ว ได้ก่อสร้างอาคารศาลาปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐาน คณะหลวงนั้นได้ขุดพบฐานอาคารและอิฐโบราณ ซึ่งจากการศึกษาเบื้องต้นของนักโบราณคดีนั้นได้สันนิษฐานว่าเป็นศิลปะการการปั้นอิฐเป็นฝีมือของช่างในสมัยหริภุญชัยและอีกทั้งจากการตั้งข้อสันนิษฐานดังกล่าว นักโบราณคดีจึงตั้งขอสังเกตอีกว่าการสร้างวัดสันปูเลยสะหลีเวียงแก้วเมื่อแรกเริ่มนั้นคงสร้างในสมัยของพระนางเจ้าจามเทวี เพราะพระนางเจ้าจามเทวีได้ส่งคณะพระสงฆ์ที่ตามเสด็จนั้น ไปสร้างวัดตามรายทางที่เสด็จพระราชดำเนินการขึ้นมาครองอาณาจักรหริภุญชัยโดยวัดสะหลีเวียงแก้วก็เป็นหนึ่งในวัดนั้น

วัดสะหลีเวียงแก้ว ได้เจริญต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนถึงสิ้นรัชสมัยราชวงศ์มังรายซึ่งนพบุรีศรีนครพิงค์เมืองเชียงใหม่ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า เมื่อประมาณปีพุทธศักราช 2111 จากศึกสงครามดังกล่าวนั้นทำให้อาณาประชาราษฎร์ถูกกวาดต้อนเป็นเชลยศึกสงครามและบางกลุ่มก็ได้หลบหนีภัยสงครามทำให้วัดวาอารามต่างๆในนพบุรีศรีนครพิงค์เมืองเชียงใหม่ถูกทิ้งร้างไปเป็นจำนวนมากเพราะไม่มีผู้ทำนุบำรุงคอยอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา และจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้วัดวาอารามต่างๆนั้นรกร้างไปร่วมกว่า 200 ปี จนวัดสะหลีเวียงแก้วมีการเริ่มบูรณะขึ้นใหม่ เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๓๔๔ โดยการนำของพระเถระชื่อ พระครูบาหลวงธนัญไชย และได้มีการตั้งชื่อวัดใหม่เป็นวัดสันปูเลย จากนั้นเป็นต้นมาก็ได้ขึ้นทะเบียนเป็นวัดที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ไทยตามที่ปรากฏในทะเบียนของจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑ เดือน ตุลาคม พุทธศักราช ๒๓๔๔ โดยตั้งอยู่บ้านสันปูเลย เลขที่ ๖๖ หมู่ ๑ ตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่  สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวัน อังคาร ที่ ๑๐ เดือน สิงหาคม พุทธศักราช  ๒๔๙๑ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๗๐ เมตร  (ทรงล้านนา) และต่อจากนั้นมาวันที่ ๒๔ เดือน เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๖ วัดสันปูเลยได้รับประกาศจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและโดยผ่านมติของมหาเถรสมาคมประกาศให้เปลี่ยนแปลงชื่อวัดใหม่เป็น “วัดสันปูเลยสะหลีเวียงแก้ว” อย่างถูกต้อง (โดยปรากฏในประกาศราชกิจจานุเบกษา หน้าที่ ๒๐ เล่ม ๑๓๐ ตอนที่ ๘๓ ง ลงวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๖)

อธิฐานก่อนเขย่าเซียมซี